ความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการเดินเครื่องของคอมเพรสเซอร์ลมกับปริมาณการใช้พลังงาน
หลายองค์กรมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้งานปั๊มลม โดยเชื่อว่าเมื่อเครื่องจักรผ่านระยะปรับสภาพแล้ว ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจะลดลง ทว่าในความเป็นจริง เมื่อปั๊มลมทำงานนานขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไม่เพียงไม่ลดลง แต่กลับค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเมื่อระยะเวลาการทำงานเพิ่มขึ้น การสึกหรอทางกายภาพของชิ้นส่วนภายในและภาวะเสื่อมสภาพของระบบจะส่งผลโดยตรงต่อการสิ้นเปลืองพลังงานอย่างสิ้นเปลือง
ปัจจัยเฉพาะที่ทำให้การใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
- ชิ้นส่วนหลักเกิดการสึกหรอ: หลังจากทำงานด้วยความเร็วรอบสูงเป็นเวลานาน ส่วนประกอบหลัก เช่น โรเตอร์ของเครื่องจักรและตลับลูกปืน จะเกิดการสึกหรอ ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนที่ประสานกันขยายตัวขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการรั่วภายในเพิ่มขึ้นโดยตรง และประสิทธิภาพการอัดลดลงอย่างมาก ส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น
- ระบบหล่อลื่นและระบบระบายความร้อนเสื่อมสภาพน้ำมันหล่อลื่นเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานจะค่อยๆ เสื่อมสภาพ ทำให้ประสิทธิภาพการหล่อลื่นและการระบายความร้อนลดลง ในขณะเดียวกัน พื้นผิวของเครื่องทำความเย็นก็มักเกิดคราบตะกรันหรือฝุ่นละอองเกาะติด ส่งผลให้การถ่ายเทความร้อนไม่ดี อุณหภูมิไอเสียสูงขึ้น และเพิ่มภาระการทำงานของอุปกรณ์
- ระบบกรองอุดตัน: หากไม่เปลี่ยนไส้กรองอากาศและไส้กรองน้ำมันอย่างทันเวลา จะเกิดการอุดตันสะสม ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มแรงต้านทานในการดูดอากาศ ทำให้โหลดของมอเตอร์เพิ่มขึ้นเท่านั้น ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการหมุนเวียนของน้ำมันหล่อลื่น จนทำให้ปริมาณการใช้พลังงานโดยรวมสูงขึ้นด้วย
- การรั่วไหลของระบบท่อและข้อต่อการเดินเครื่องเป็นเวลานานและการสั่นสะเทือนจะทำให้ท่ออากาศอัดเสื่อมสภาพ และข้อต่อหลวม ส่งผลให้เกิดการรั่วซึมแบบแอบแฝง จุดรั่วเหล่านี้ก่อให้เกิดงานที่ไม่มีประสิทธิภาพจำนวนมาก ถือเป็นตัวการลับที่เพิ่มภาระพลังงานโดยรวมอย่างเงียบ ๆ
วิธีการควบคุมการใช้พลังงานด้วยการบำรุงรักษาอย่างมีหลักวิทยาศาสตร์
- ปฏิบัติตามแผนการบำรุงรักษาประจำอย่างเคร่งครัด: ตามจำนวนชั่วโมงการทำงานของอุปกรณ์ ให้เปลี่ยนไส้กรองอากาศ ไส้กรองน้ำมัน ไส้กรองแยกน้ำมันกับอากาศ และน้ำมันหล่อลื่นชนิดพิเศษเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบต่าง ๆ ทำงานอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
- ทำความสะอาดระบบระบายความร้อนเป็นประจำ: ตามสภาพแวดล้อมการใช้งาน ให้ทำความสะอาดเครื่องทำความเย็นแบบระบายความร้อนด้วยอากาศหรือด้วยน้ำเป็นประจำ เพื่อขจัดฝุ่น สิ่งสกปรกจากน้ำมัน หรือคราบตะกรันบนผิวหน้า ช่วยรักษาประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้ดีและควบคุมอุณหภูมิของลมไอเสีย
- ตรวจสอบและซ่อมแซมจุดรั่วในโครงข่ายท่อให้ใช้เครื่องมือตรวจจับการรั่วไหลระดับมืออาชีพตรวจสอบระบบท่อส่งลมอัดทั่วทั้งโรงงานอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งกระชับข้อต่อที่หลวมหรือเปลี่ยนท่อลมที่เสื่อมสภาพโดยทันท่วงที เพื่อลดการสูญเสียลมอัดโดยไม่จำเป็น
- เสริมสร้างการติดตามและเฝ้าระวังการดำเนินงานประจำวันผู้ปฏิบัติงานควรเฝ้าติดตามพารามิเตอร์สำคัญของอุปกรณ์ ได้แก่ ความดันปล่อย อุณหภูมิปล่อย และกระแสไฟฟ้าของมอเตอร์อย่างใกล้ชิด หากพบว่าค่าต่างๆ มีความผันผวนหรือเบี่ยงเบนจากปกติ ให้หยุดเครื่องทันทีเพื่อตรวจสอบและแก้ไข เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้งานขณะที่อุปกรณ์มีข้อบกพร่องซึ่งอาจทำให้การใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
การรักษาให้เครื่องอัดอากาศทำงานอยู่ในสภาพที่ดีนั้น มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนจากการซ่อมบำรุงแบบแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุมาเป็นการบำรุงเชิงป้องกัน ด้วยการบำรุงรักษาประจำวันอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน ไม่เพียงช่วยยับยั้งการเพิ่มขึ้นผิดปกติของปริมาณการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังสามารถยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับองค์กรได้อย่างมากยิ่งขึ้นด้วย