หนึ่ง กำหนดพารามิเตอร์ของอุปกรณ์ที่ใช้ก๊าซให้ชัดเจน
การคำนวณความต้องการอากาศอัดให้แม่นยำ ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมข้อมูลปริมาณการใช้อากาศพิกัดของอุปกรณ์ปลายทางทั้งหมด (Nm³/min) และแรงดันการทำงาน (MPa)、รอบการใช้ก๊าซ (ต่อเนื่อง/เป็นช่วง) รวมถึงค่าสัมประสิทธิ์การใช้งานพร้อมกัน ควรหลีกเลี่ยงการนำค่าพิกัดมาบวกกันอย่างง่ายๆ และควรปรับแก้โดยพิจารณาจากสภาพการทำงานจริงด้วย
สอง การคำนวณปริมาณการใช้ก๊าซรวม
ปริมาณความต้องการรวม = Σ(ปริมาณการใช้ก๊าซของอุปกรณ์แต่ละเครื่อง × ค่าสัมประสิทธิ์การใช้งานพร้อมกัน × อัตราโหลด) × สำรองความปลอดภัย (โดยทั่วไปใช้ 10%– 20% อุปกรณ์ที่ใช้ลมเป็นระยะต้องตรวจสอบภาระสูงสุดตามอัตราการไหลชั่วขณะสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องอัดอากาศทำงานแบบสตาร์ต–ดับบ่อยครั้งหรือเกิดความผันผวนของแรงดัน
สาม. กำหนดความดันของระบบและความดันลดลง
อ้างอิงจากจุดใช้ก๊าซที่อยู่ห่างไกลที่สุดและมีข้อกำหนดด้านความดันสูงสุด ให้รวมค่าการลดลงของความดันตามแนวเส้นทางและบริเวณเฉพาะจุดของระบบท่อส่งก๊าซเข้าไว้ด้วยกัน (แนะนำให้เผื่อไว้ 0. 1–0.15 MPa) แล้วคำนวณย้อนกลับหาความดันอากาศที่ปล่อยออกจากคอมเพรสเซอร์อัดอากาศ โดยทุกครั้งที่ความดันเพิ่มขึ้น 0. 1 MPa ทำให้ปริมาณการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 7% จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างความเชื่อถือได้ในการจัดหาแก๊สกับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
4. หลักเกณฑ์สำคัญในการเลือกเครื่องอบแห้ง
ความสามารถในการบำบัดของเครื่องทำลมแห้งต้องสอดคล้องกับอัตราการผลิตลมของคอมเพรสเซอร์ และต้องตอบสนองข้อกำหนดด้านจุดน้ำค้างของระบบปลายน้ำ (เช่น – 20℃ …เช่น ที่อุณหภูมิ −40℃ เป็นต้น) ในการเลือกแบบจำเป็นต้องคำนวณปรับให้สอดคล้องกับอัตราการไหลของอากาศชื้นภายใต้สภาวะการทำงานจริง พร้อมทั้งพิจารณาผลกระทบของอุณหภูมิลมเข้า ความดัน และความชื้นสัมพัทธ์ของสภาพแวดล้อมต่อประสิทธิภาพการอบแห้งด้วย
ห้า. ประเด็นสำคัญด้านความร่วมมือในการออกแบบสถานีอัดอากาศ
คอมเพรสเซอร์ลมและเครื่องทำลมแห้งคว้่าเลือกให้สอดคล้องเป็นชุด โดยอุณหภูมิที่เข้าเครื่องทำลมแห้งไม่ควรเกิน 40℃ และหากจำเป็นให้ติดตั้งคูลเลอร์หลังคอมเพรสเซอร์ด้วย สำหรับระบบหลายชุด ควรใช้ท่อจ่ายลมร่วม และติดตั้งระบบควบคุมแบบบังคับตามช่วงความดันพร้อมการปรับความเร็วรอบด้วยอินเวอร์เตอร์ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองของระบบและประสิทธิภาพพลังงาน ส่วนถังพักลม ขอแนะนำให้เลือกขนาดความจุโดยคำนวณจากปริมาณลมที่ใช้ในภาวะโหลดเต็มเป็นเวลา 3–5 นาที